วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

นักศึกษาค้นหาตัวเอง-เจอแล้ว ต้องคอร์รัปชั่นตามอาจารย์และนักการเมือง

วันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11461 มติชนรายวัน


นักศึกษาค้นหาตัวเอง-เจอแล้ว ต้องคอร์รัปชั่นตามอาจารย์และนักการเมือง


คอลัมน์ สยามประเทศไทย

โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ






"กินอะไรก็กินไป แต่อย่ามาโกงกินกับระบบการศึกษา" นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี มีปาฐกถาเรื่องการปฏิรูปการศึกษาไทย 2 ทศวรรษ เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา แล้วพาดพิงถึงผู้บริหารการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) คอร์รัปชั่นระบบการศึกษาไทย (มติชน ฉบับวันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม 2552 หน้า 22)

"เรื่องการคอร์รัปชั่นในระบบการศึกษาไทยนั้น ผมเคยขอร้องผู้บริหารการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะมีข่าวว่ากินทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นตำราเรียน, เครื่องแบบนักเรียน, นมโรงเรียน-"

"ผมก็ขอร้องไปว่ากินอะไรก็กินไป แต่อย่ามาโกงกินระบบบการศึกษา" นพ.เกษม องคมนตรี บอก

ประเด็นผู้บริหารการศึกษาใน อปท. มีพฤติกรรมคอร์รัปชั่นอย่างที่องคมนตรีพบ เคยมีผู้เขียนบอกเล่าในพื้นที่ตรงนี้หลายครั้งจนผู้บริหารเหล่านั้นไม่พอใจมาก ถึงขั้นจะฟ้องร้องว่าให้ร้ายป้ายสีโดยไม่มีมูลความจริง ต่อมามีข่าวใหญ่โกงกินตำราเรียนลงหนังสือพิมพ์ต่อเนื่องเป็นเดือนเป็นปี บรรดาผู้ไม่พอใจถึงค่อยๆเงียบเสียงลง แล้วหายหน้าไป

เด็กและเยาวชนคนรุ่นใหม่กำลังค้นหาตัวเองอย่างรื่นเริงบันเทิงใจด้วยการยอมรับคอร์รัปชั่นให้เหมือนคนต้นแบบคือครูอาจารย์และนักการเมือง



พฤติกรรมโกงกินคอร์รัปชั่นในระบบการศึกษาไทย ไม่ได้มีแค่ใน อปท. แต่มีในระดับมหาวิทยาลัยด้วย โดยเฉพาะคอร์รัปชั่นเชิงนโยบาย, ผลประโยชน์ทับซ้อน, ฯลฯ เช่น รับงานวิจัยด้วยเงินทุนก้อนโตๆ แล้วไม่เอาใจใส่งานสอนในหน้าที่ ฯลฯ

ที่แย่ยิ่งนัก คือคำกล่าวขวัญนินทาอาจารย์มหาวิทยาลัยบางแห่งว่าให้ความสำคัญแก่ลูกตัวเองมากกว่าลูกศิษย์ เลยมักอ้างว่าป่วย ไม่ค่อยไปสอนตามตารางสอน แต่ที่จริงแล้วดูแลลูกอยู่ที่บ้านเพื่อปั้นให้ลูกเป็น "ดร." เหมือนตัวเอง

เมื่อผู้บริหารการศึกษาไทย รวมถึงครูบาอาจารย์ในมหาวิทยาลัย มองไม่เห็นความเสียหายของคอร์รัปชั่น ย่อมส่งผลให้นักเรียนนิสิตนักศึกษามองไม่เห็นบาปบุญคุณโทษของคอร์รัปชั่น ดังความเห็นของนายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ไทยโพสต์ ฉบับวันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม 2552 หน้า 2) บอกว่า

"สังคมไทยอาจช้าเกินไปที่จะรณรงค์ หรือยกเอาเรื่องปัญหาทุจริตคอรัปชั่นเป็นวาระแห่งชาติ เพราะสังคมกำลังขาดพลังและขาดตัวกระตุ้นที่เพียงพอ"

"เด็กและเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่หลายคนคิดว่าจะปฏิเสธการทุจริตคอรัปชั่น กลับยอมรับการคอรัปชั่นสูงกว่าคนวัยอื่น ซึ่งสะท้อนอะไรหลายอย่างคือกระบวนการยุติธรรมไม่สามารถเอาผิดคนที่ทุจริตคอรัปชั่นให้เป็นเยี่ยงอย่างที่แรงพอทำให้คนไทยเกิดความตระหนัก รวมถึงการที่เด็กและเยาวชนกำลังถูกระบบทุนนิยมเข้าครอบงำจิตใจ ทำให้พวกเขาเห็นเรื่องเงินทองและปากท้องสำคัญกว่าความชอบธรรม"

ทั้งหมดนี้คือ "ความเสี่ยง" และ "วิกฤต" ที่ผู้บริหารการศึกษาไทยและมหาวิทยาลัยต้องร่วมกันบริหารจัดการ ตั้งแต่สภามหาวิทยาลัย, อธิการบดี, ผู้บริหารทุกระดับ, ข้าราชการ, พนักงานมหาวิทยาลัย ต้องถือเป็นภารกิจที่จะร่วมกันกำหนดนโยบายและบริหารความเสี่ยงและวิกฤต (มติชน ฉบับวันอังคารที่ 21 กรกฎาคม 2552 หน้า 23)

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์" เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ถึงระบบการศึกษาของไทยที่มีจุดอ่อน เพราะเน้นท่องจำมาก และฝึกทักษะด้านต่างๆน้อย ตนกำลังแก้ปัญหาเรื่องนี้อยู่ แล้วแนะนำว่า "นักเรียนจะต้องค้นหาตนเองให้เจอก่อน"

นายกฯยกตัวอย่างกรณีตนเองค้นหาตัวเองได้เร็วว่าต้องการเป็นนักการเมือง (มติชน ฉบับวันอังคารที่ 14 กรกฎาคม 2552 หน้า 5)

คำตอบของนักเรียนนักศึกษา คงจะมีว่าค้นหาตัวเองเจอแล้ว คือต้องตั้งหน้าตั้งตาโกง? ตามต้นแบบคือครูบาอาจารย์และนักการเมือง

หน้า 21

http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01pra03270752&sectionid=0131&day=2009-07-27
--
      Weblink
http://ilaw.or.th
www.patani-conference.net
http://www.thaihof.org
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://elibrary.nfe.go.th
http://www.thaisara.com
http://www.rmutr.ac.th
http://www.bedo.or.th/default.aspx
http://weblogcamp2009.blogspot.com
http://seminarmon.blogspot.com
http://seminartue.blogspot.com
http://seminarwed.blogspot.com
http://seminarthu.blogspot.com
http://seminarfri.blogspot.com
http://seminar1951.blogspot.com
http://seminardd.com

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น